วัดพระศรีมหาอุมาเทวีวัดแขกสีลม

มหาเทวียาตราบนพื้นธรณี
ในวันขึ้น1-9 คำ เดือน 11 รวม 9วัน 9คืนนั้น มีความหมายต่อผู้นับถือศาสนาฮินดู เพราะเป็นอีกวาระหนึ่งของงานเฉลิมฉลองเทศกาลดูเซร่า (นวราตรี) หรือที่เราท่านเรียกกันว่างานแห่พระแม่อุมา วัดแขกสีลม นั้นเองครับ ตามกำหนดการ ขบวนแห่จะเริ่มเครื่องขบวนออกจากวันแขก เวลาประมาณ 19.00 น. นะครับ ขบวนที่1. คือ ขบวนของคนทรงองค์พระแม่ศรีมหาอุมาเทวี ขบวนที่2. คือขบวนราชรถของพระกัตตรายัน ขบวนที่3. คือขบวนของคนทรงองค์พระขันธกุมาร ขบวนที่4. คือขบวนราชรถของพระขันธกุมาร ขบวนที่5. คือขบวนบุษบกขององค์เจ้าแม่ศรีมหาอุมาเทวี พระพิฆเนศร และพระกฤษณะ

กำหนดการ
ตามกำหนดการ ขบวนแห่จะเริ่มเครื่องขบวนออกจากวันแขก เวลาประมาณ 19.00 น. นะครับ ขบวนที่1. คือ ขบวนของคนทรงองค์พระแม่ศรีมหาอุมาเทวี ขบวนที่2. คือขบวนราชรถของพระกัตตรายัน ขบวนที่3. คือขบวนของคนทรงองค์พระขันธกุมาร ขบวนที่4. คือขบวนราชรถของพระขันธกุมาร ขบวนที่5. คือขบวนบุษบกขององค์เจ้าแม่ศรีมหาอุมาเทวี พระพิฆเนศร และพระกฤษณะ

วันพระศรีมหาอุมาเทวีได้จดทะเบียนเป็น "มูลนิธิวัดพระศรีมหาอุมาเทวี"เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2448 งานนวราตรีนั้นมีมาเป็นเวลานานอาจจะขาดหายไปบ้างก็ตอนช่วงสงครามโลกครั้งที่2 ชาวฮินดูหรือชาวอินเดียเชื่อกันว่า ในช่วงเวลาของงานประเพณี นวราตรี จะเป็นช่วงที่พระแม่จะลงมาประทานพรให้กับหมู่มวลมนุษย์ทั้งหลายโดยเฉพาะวันสุดท้ายหรือเรียกกันว่าวันวิชัยทัสมิ ที่อุโบสถวันแขกสีลมนั้น มีพระแม่ศรีมาหอุมาเทวีภาคปางพระแม่มหากาลีเป็นประธาน ด้านขวาจะเป็นพระพิฆเนรศและทางด้านซ้ายจะเป็นพระขันธกุมาร ส่วนด้านนอกนั้นจะมีศิวลึงค์ และพระพรหม ตลอดพระประจำวัน

 

พิธีเชิญมหาเทพ - เทวีสู่ร่างทรง นาฏราชบนพื้นธรณ

ที่ด้านหน้าแท่นพระกัตตวรายัน คือสถานที่ทำพิธีอันเชิญเทพและเทวีมาผ่านร่างทรง ที่วันแขกสีลม ผู้ที่จะเป็นร่างทรงนั้นทางขณะกรรมการวัดจะเป็นผู้คัดเลือกโดยไม่จำกัดว่าจะเป็นคนอินเดียหรือคนในศาสนาเท่านนั้นคนนอกศาสนาก็ได้รับพิจรณาเช่นกัน ข้อห้ามเดียวที่ชัดเจนที่สุดและห้ามละเมิดเลยคือต้องเป็นผู้ชายเท่านั้น ทั้งนี้เพราะความเหมาะสมในด้านกริยาเพราะที่ขณะที่องค์เทพประทับทรงคนทรงจะไม่รู้ตัว ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องถือศิลกินเจอย่างน้อยเป็นเวลา 1เดือน แต่ที่วันแขกคนทรงจะต้องกินเจเป็นเวลา3เดือนตั้งแต่วันเข้าพรรษาเป็นต้นมาและจะต้องนอนพื้นปราศจากสิ่งปูใดๆทั้งสิ้น เมื่อผ่านพิธีผูกข้อมือแล้ว ห้ามออกจากวัดโดยเด็ดขาด ในสมัยแรกๆแล้วจะมีการทรงพระแม่อุมาเท่านั้นแต่ต่อมาสานุศิษย์ต้องการชมบารมีองค์เทพองค์อื่นๆด้วยต่อมาจึงมีการทรงพระแม่มหากาลีและพระขันธกุมารสืบต่อมาจนถึงปัจุบัน ในแต่ละปีจะมีคนทรง3คนเดียวกันแต่ล่ะคนจะทำหน้าที่แทนพระแมุอุมา พระแม่มหากาลีและพระขันธกุมาร พระแม่อุมา จะทูนหม้อกลาฮัม ไม่มีการใช้ของมีคมทิมแทงตามร่างการแต่อย่างใด ภายในหม้อกลาฮัมบรรจุใด้วย ทราย นำ เหรีญ และเครื่องบูชา ตัวหม้อทำจากทองเหลือง มีน้ำหนักประมาณ 20กิโลกรัม หม้อนี้คนทรงจะทูนหัวไปในขณะที่ต้องนาฎลีลาไปตามท้องถนนประมาณ 7 ชั่วโมง พระแม่มหากาลี จะแทงด้วยเหล็กแหลมที่ปลายลิ้น มือข้างหนึ่งถือภาชนะคล้ายกะลาที่มีไฟลุกโชติช่วงและออกนาฏลีลาไปตามท้องถนน พระขันธกุมาร จะใช้เหล็กแหลมแทงทะลุแก้ม ตามเนื้อตัวจะเกี่ยวด้วยตะขอซึ่งร้อยมะนาวไว้ที่ปลายข้อและดอกไม้ และแบกกาวาดีที่ทำด้วยโครงเหล็ก ซึ่งประดับด้วยดอกไม้ ขนนกยูงอยู่เหนื่อบ่า พิธีอัญเชิญเทพสู่ปรัมพิธีจะเริ่มสวดในเวลาบ่าย แก่ๆ

 

เการอัญเชิญเทพทั้งน้อยใหญ่เข้าสู่ปรัมพิธี จะเริ่มด้วยการเป่าสังข์ เพราะเชื่อกันว่าเสียงสังข์นั้นจะก้องกังวาลไปถึงวิมาร เพื่อเชิญเทพและเทวีทุกพระองค์มาเป็นสักขีพยานในการทำพิธี ขณะที่ทรงนำคนทรงเจ้าแม่ศรีมหาอุมาเทวีนั้น จะมี่เสียงสวดดังกระหึ่มตลอดเวลา ระหว่างน้นผู้ประกอบพิธีจะสั้งเกลุการย่างเท้าของคนทรบงเป็นสำคัญคนทรงจะเปลี่ยนจากการยื่นมาเป็นการเดินย่างด้วยปลายเท้าแตาโหย่งตัวไปมาตาม

จังหวะนาฏลีลาคนทรงเจ้าแม่มหากาลี กลับเข้าอุโบสถอีกครั้งเพื่อสักการะพระแม่อุมาเพื่อเตรียมขั้นตอนในการทรงนำเป็นขั้นสุดท้ายต่อพระขันทกุมารต่อจากนั้นคนทรงเจ้าแม่อุมาเทวีจะ

เปลี่ยนเครื่องทรงใหม่โดยเฉพาะผ้าใหม่ที่ถูกย้อมด้วยขมิ้น อีกทั้งการแต่งองค์นั้นไม่ว่าเป็นการนุ่งมาหรือมาลัยต่องสวยงามที่สุด คนทรงขันทกุมารเริ่มต้นจาการทรงนำจนเมื่อคนทรงเริ่มออกอาการท่าทางและลีลาต่างๆโดยไม่รู้สึกตัวแล้ว ทันใดนัน้ก็จะมีเสียงสวดดังขึ้นๆๆคนทรงโยกตัวไปตามจังหวะและเสียงคนตรีจากนั้นสานุสิษย์ก็จะเริ่มเกี่ยวผมมะนาวไปตามเนื้อตามตัว คนทรงเจ้าแม่กาลี เปลี่ยนจากการใช้เหล็กแหลมแท้งแก้มาแทงลิ้นจะมีเสียง อ๊าก...อ๊าก...กที่กรีดร้องดังขึ้นโหยหวนเมื่อผู้ทำพิธีหยิบเหล็กแหมแทงแก้มด้านหนึ่งไปสู่ด้านหนึ่ง มิได้บ่งบอกถึงความเจ็บปวดแต่อย่างใดแต่เป็นเสียงที่แผดขึ้นด้วยความปิติยินดี เสียงผู้คนจะร้องเสียงดังและกระแทงกระทั้นออกมาว่า กาลีโอม กาลีโอม กาลีโอมทั้งด้วยเสียงรั่งจากคณะปี่กองแขกและกลองยาว....จากนั้นคนทรงเจ้าแม่อุมาเทวีเริ่มนำขบวนนาฏลีลาไปรอบอุโบสถ 3 รอบก่อนออกไปสมทบกับ

ขวบนบุปผชาติข้างนอกตลอดเส้นทางที่กำหนดไว้

ผู้ศรัทธาจะใช้ผลมะพร้าวทุ่มลงกับพื้นเพื่อให้พื้นธรณีเต็มไปด้วยความบริสุทธื์ยามที่มหาเทพและเทวีต้องเสด็จผ่าน.....สองข้างทางจะเต็มไปด้วยผู้คนที่

ศรัทธาใตั้งโต๊ะบูชาเพื่อขอพรต่อพระแม่และส่วนใหญ่

จะมีการนำเทวรูปหรือรูปภาพาตั้งที่โต๊ะด้วยเพื่อที่จะได้ให้พระแม่ได้เบิกเนตรให้เพราะทางวัดจะไม่รับเบิกเนตรให้กับเทวรูปนอกสถานโดยเด็ดขาด

....หลายแห่งจะตั้งโต๊ะและนำเครื่องบูชาออกมารอรับ

ในถาดบูชานั้นจะประกอบไปด้วยผลไม้มงคลต่างๆพร้อมด้วยธูปกำยาน และถวายไฟ เพื่อขอประทานพรกับพระแม่และทวยเทพอื่นๆเมื่อแห่มาถึงวันแขกสีลมแล้วจะแห่วนรอบอุโบสถ 3 รอบ แล้วจากนั้นเสียงระฆังจะดังขึ้นเพื่อเป็นการทรงมหาเทพและเทวีสู่วิมาร ร่างทรงก็จะหมดสติทั้งที่เหมือเสียงระฆังสิ้นสุดลง มื่อเสียงระฆังสิ้นสุดลง

 

ภายถ่ายโดยGULDA (ปุ๋ย)