พระกฤษณะ

กล่าวถึงคัมภีร์ปุราณะ มหากาพย์รามายณะ มหาภารตะ และตำนานเก่าต่างๆ ของอินเดีย รวมถึงคัมภีร์ทางศาสนาฮินดูอื่นๆ ได้บันทึกและกล่าวถึงไว้ว่า พระวิษณุเทพได้อวตารลงมาเพื่อปราบยุคเข็ญให้แก่เหล่ามวลมนุษย์ทั่วไป ในช่วงเหตุการณ์โลกเกิดกลียุคและเกิดความไม่สงบสุขจากเหล่าอสูร จึงทรงอวตาลลงมาในปางต่างๆ ซึ่งปางพระกฤษณะเทพ คือปางที่ 8 ในการอวตาร10 ปาง ของพระวิษณุเทพ นั่นเอง ลัทธิไวษณพนิกาย กล่าวไว้ว่าพระกฤษณะเกิดมาเพื่อทำลายอสูร ชื่อกังสะ ซึ่งเป็นลุงของพระกฤษณะเอง อสูรกังสะตนนี้ปลอมตัวมาเป็นกษัตริย์นามว่า อุคราเสน แห่งเมืองมถุรา และได้ใช้อำนาจแย่งชิงมเหสีจากกษัตริย์ (องค์จริง) มาโดยมิชอบ และมเหสีก็ทรงไม่ทราบว่าเป็นอสูรที่แปลงกายมาเป็นสวามีของตนอสูรกังสะ เมื่อขึ้นครองเมืองก็สร้างความเดือดร้อนให้ประชาชนทั่วไป ต่อมาเมื่อพระวิษณุเทพทรงทราบถึงความเดือดร้อนของประชาชน จึงทรงอวตารมาในปางพระกฤษณะเพื่อปราบอสูรกังสะตนนี้
พิธีการบูชา
ชาวฮินดู ลัทธิไวษณพนิกาย เชื่อว่าพระกฤษณะเทพ คือเทพแห่งความรักเสียงเพลงและการรำฟ้อน พิธีการบูชา ผู้นับถือจะบูชาพระกฤษณะเทพโดยจัดให้มีการแสดงระบำราศสีลา ถวายพระองค์ ซึ่งระบำราศสีลาเป็นการ ถ่ายทอดมาจากช่วงวัยหนุ่มของพระกฤษณะ ในขณะเต้นรำกลางแสงจันทร์กับหมู่หญิงเลี้ยงโคกลาง ทุ่งหญ้า อันกว้างใหญ่ในพิธีบูชาการแสดงนี้จะแสดงตั้งแต่ช่วงเย็นจนถึงกลางคืน จะเต้นรำกลางลานกว้าง คัมภีร์พราหมณ์ กล่าวถึงว่า ในเทศกาลโฮลี่นอกเหนือจากการบูชาพระกามเทพแล้ว ชาวฮินดูบางแคว้น เชื่อว่าต้นกำเนิดเทศกาลโฮลี่นี้ เกี่ยวข้องกับพระกฤษณะซึ่งเป็นปางอวตารของพระวิษณุ เทศกาลโฮลี่ คือพิธีเพื่อระลึกถึงพระกฤษณะที่รบชนะนางยักษิณี นามว่า ปุตนะ เรื่องเล่าไว้ว่าในช่วง พระกฤษณะยังเยาว์วัยอยู่ อสูรนามว่า กังสะ ผู้เป็นลุงต้องการฆ่าพระองค์จึงสั่งให้นาง ยักษิณีปุตนะฆ่าเด็กที่มีอยู่ให้ตายทั้งหมด นางยักษิณีปุตนะจึงแปลงกายเป็นมนุษย์เพื่อจับเด็กทั้งหลายมาฆ่าทิ้งจนเมื่อเดินทาง จนพบกับพระกฤษณะ พระกฤษณะทรงทราบว่าเป็นนางยักษิณีแปลงกายเป็นมนุษย์จึงเข้าต่อสู้ได้รับชัยชนะ หลังจากนั้นพระองค์จึงฆ่านางยักษิณีตนนี้ และนำเลือดของนางมาเป็นอาหาร พิธีกรรมการบูชา ชาวเมืองมถุราจะทำหุ่นจำลองขนาดใหญ่ของนางยักษิณีปุตนะ สร้างจากโครงไม้ไผ่ติดกระดาษนำมาทาสี และนำไฟเผาหุ่นนั้น โดยมีการร้องรำทำเพลง และนำสีฝุ่นมาสาดกันอย่างสนุกสนาน และมีการจุดไฟกองใหญ่เพื่อรำลึกถึงเหตุการณืที่พระกฤษณะรบชนะนางยักษิณีปุตนะ
ลักษณะทางศิลปะ
รูปปั้นที่พบเป็น เทพชายยืนสวมอาภรณ์สีแดง สวมมงกุฎ และใส่เครื่องประดับ มี 2 กร กรขวาถือไม้เท้า กรซ้ายยกขึ้นจับข้อศอกขวา หรือบ้างก็ว่าถือสังข์ปัจจุบันรูปปั้นนิยมทำรูปพระกฤษณะยืนไขว้ หรืองอพระบาท มี 2 กร ยกขลุ่ยระดับพระโอษฐ์กำลังเป่าขลุ่ย บางรูปของพระกฤษณะ มีลักษณะผมมุ่นเสียบดอกไม้ มือซ้ายถือดอกบัว มือขวาวางข้างตัว ส่วนด้านซ้ายของพระองค์มีนางสทาบามา ทรงผมยาว มือขวาถือดอกไม้ส่วนมือซ้ายวางข้างตัว
