อารตี(พิธีบูชาไฟ)

ในคัมภีร์ฤคเวทย์ กล่าวถึง การบูชาไฟ ซึ่งเป็นพิธีกรรมที่เด่นที่สุด เพื่อขอพรจากพระเป็นเจ้าให้ทรงมอบความสุขและความโชคดีให้แก่ผู้ที่บูชานั้น เครื่องสังเวยที่ใช้ในการบูชาไฟของพราหมณ์ คือ บูชาด้วยอาหารที่หุงต้มแล้ว โดยจัดทำภายในบ้านประกอบด้วย น้ำนม เมล็ดข้าว เนยแข็ง เหล้าโสม (กลั่นจากต้นไม้) ดอกไม้ เป็นต้น เมื่อทำพิธีกรรมให้นำอาหารเหล่านี้ใส่ลงไปในกองไฟ พร้อมสวดสรรเสริญพระเป็นเจ้า บูชาสังเวยไฟด้วยชีวิต เครื่องสังเวยชีวิต เป็นต้นว่าสัตว์ 4 เท้า หรือสัตว์ปีก รวมถึงมนุษย์ ซึ่งเป็นวิวัฒนาการของศาสนาพราหมณ์ในช่วงต้นคริสต์สักราช เรียกในนามศาสนาฮินดู สัตว์ที่ใช้ในพิธีกรรม เช่น แพะ แกะ ควาย ไก่ นก เป็นต้น โดยการนำเลือดสดๆ ใส่ลงไปในกองไฟที่กำลังลุกไหม้ บูชาสังเวยด้วยน้ำโสม (เหล้าโสมที่กลั่นจากต้นไม้ชนิดหนึ่ง) การเตรียมสถานที่ทำพิธี พระฮินดูผู้ทำพิธีจะพิจารณาเลือกที่ที่จะก่อไฟศักดิ์สิทธิ์ (เรียกว่า กองกูณฑ์) โดยจะใช้มีดปลายแหลม หรือไม้ ทำการขีดลงบนพื้นดิน 3 ขีด เพื่อเลือกสถานที่หลังจากนั้นก็จะขุดดินบริเวณนั้นให้เป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสตกแต่งผิวรอบๆ ให้เรียบ จากนั้นก็จะนำน้ำศักดิ์สิทธิ์มาเทราดในนั้นแล้วรอจนแห้งสนิทต่อมาก็เริ่มพิธีกรรมบูชาไฟ ในอินเดียเวลามีการทำพิธีกรรมบูชาไฟ เครื่องสังเวยที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ หญ้าคา เชื่อว่าเป็นหญ้าศักดิ์สิทธิ์เกี่ยวข้องกับพระเป็นเจ้า จึงต้องนำเอาหญ้าคามาเป็นเครื่องสังเวยด้วย หญ้าคา ในทางศาสนาพราหมณ์มีความเกี่ยวข้องกันคือ อาสนะที่ประทับของพระศิวะบนเขาไกรลาสทำด้วยสิ่งนี้ ชาวฮินดูลัทธิศิวนิกายที่นับถือพระศิวะเป็นเทพสูงสุด จะนำหญ้าคามาเพื่อเป็นเครื่องบูชา
ขั้นตอนการอารตี

การอารตีหรือการบูชาไฟนั้น ตามตำราท่านกล่าวว่า เป็นขั้นตอนสุดท้ายของการบูชาเทพ ด้วยชาวฮินดูถือว่า พิธีกรรมทั้งหลายนั้นจะไม่
สมบูรณ์หากขาดการบูชาไฟ หลังผ่านพิธีดังกล่าว จะวางตะเกียงอารตีไว้หน้าแท่นบูชา แล้วผู้ร่วมพิธีนิยมใช้ฝ่ามือทั้ง 2ข้างคว่ำลงเปลงไฟใน
ระยะที่ห่างพอสมควร แล้วนำฝ่ามือนั้นมาแตะที่หน้าผาก ดวงตา และใบหู เพื่อเปิดทวารในการรับรู้ซึ่งสัมผัสพิเศษ และขับไล่สิ่งอัปมงคลทั้งหลายให้หมดไป
การถือตะเกียงอารตีควรถือด้วยมือขวา โดยใช้มือซ้ายประคองอีกทีแล้วเวียนไปทางขวา ( ตามการหมุนแบบเข็มนาฬิกา ) ระหว่างที่วน
ต่อหน้าเทวรูปควรจะร้องสวดหรือท่องมนตร์เพื่อบูชาเทพเจ้า หรืออาจจะใช้การเปิดเทปอารตีแทนก็ได้ หากเป็นการบวงสรวงในพิธี จะมีการ
ประโคมดนตรี เช่น บัณเฑาะว์ เป่าสังข์และตีระฆังเป็นจังหวะให้ผสมผสานกันไปอย่างกลมกลืนก็ได้
หลังจากเสร็จพิธี ควรตั้งจิตบริสุทธิ์อธิษฐานเพื่อแผ่เมตตาให้กับสรรพสัตว์ในโลกว่า " โอม ศานติ ศานติ ศานติ " และถือว่าพิธีสมบูรณ์ทุกประการ
